วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

การปลุกพระ

บางคนมีปัญหาสงสัยว่า...พระพุทธคุณในวัตถุมงคลมีจริงหรือไม่?

ก็อยากจะเล่าประสบการณ์ของผู้เขียนในช่วงที่ได้เข้าไปบรรพชาเป็นสามเณร ที่หมู่บ้านเกิด และได้ใช้ชีวิตในเพศบรรพชิตอยู่ระยะหนึ่ง


ถ่ายภาพขณะลอยกระทงที่แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี อินเดีย

ชีวิตในร่มกาสาวพัตร เป็นที่ชีวิืตที่สงบ เรียบง่าย และอยู่ในกฎระเบียบ ตื่นเช้ามาก็ต้องทำวัตรเช้า เสร็จแล้วก็ออกบิณฑบาตรตามสายที่กำหนดไว้ ตกเย็นมาก็ทำวัตรเย็น เสร็จแล้ว ต้องนั่งท่องบทสวดมนต์ หรือท่องหนังสือที่ต้องเข้าเรียน ช่วงว่างๆ ก็จะมีการฝึกการปลุกพระกัน

ผู้เขียนได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ ๑๒ ปี โดยเรียบจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ หลังจบแล้ว ก็ไม่มีเงินทุนที่จะไปเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กับคนอื่นเขา เพราะแถวหมู่บ้านจะเรียนจบสูงสุดก็แค่ชั้น ป.๔ หากอยากจะเรียนให้สูงกว่านั่น จะต้องเดินทางไปเรียนที่ตัวอำเภอรัตนบุรี หรือ ที่โรงเรียนบ้านธาตุ ตำบลธาตุ ซึ่งเป็นตำบลที่ไกลจากที่อยู่ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ต้องเดินไปเรียนอย่างเดียว หากรถราไปยาก



สมเด็จหลวงปู่ศรี มหาวีโร

หลังจากเรียนจบป.๔ แล้ว มีหน้าที่จะต้องช่วยเหลือพ่อแม่ในการทำนา และเลี้ยงควาย กิจวัตรประจำวันตื่นเช้ามาจะต้องนำควายออกไปเลี้ยงกลางทุ่ง ยามว่าง ๆ ก็ชวนกันเล่นสนุก ๆ ตามประสาเด็ก และออกหานก กบ เขียด เพื่อนำมาเป็นอาหารเย็นในแต่ละวัน ตกเย็นมาก็นำควายกลับบ้าน ทานข้าวเสร็จก็นอนพักผ่อน ตื่นเช้ามาก็นำควายออกไปเลี่ยง นี่คือ..วงจรชีวิตของเด็กตามชนบท...

สมัยแต่ก่อนไม่มีโทรทัศน์ ผัดลม จะมีก็เพียงวิทยุเท่านั่น ซึ่งในหมู่บ้านหนึ่งอาจจะมีเพียงเครื่องเดียวหรือสองเครื่องเท่านั่น แถวบ้านจะมีบ้านของญาติมีวิทยุธานินทร์จำนวน ๑ เครื่อง จะเปิดฟังข่าว ฟังเพลง หมอลำเรื่อง และละครทางเท่านั่น

มีอยู่วันหนึ่ง กำลังเลี้่ยงควายอยู่ พี่สาวคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติได้มาหาที่กลางทุ่ง บอกว่า...กลับไปบ้านด่วน... หลวงตาให้ไปบวชเณร ต้องรีบไปอาบน้ำโกนผม จึงได้รีบกลับในวันนั่นทัน พอไปถึงบ้าน หลวงตาก็ให้โกนหัว อาบน้ำ ทานข้าวแล้วพาไปบรรพชาเป็ยสามเณรที่...วัดชัยศรีสะอาด บ้านดอนแรด โดยมีเจ้าอธิการบุญนาค ธัมมทินโน เป็นพระอุปัชฌาย์ และในการบวชครั้งนั้น มีเพื่อนร่วมบรรพชาด้วยกันจำนวน ๑ คน ซึ่งมีอายุมากกว่าหลายปี

หลังจากบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว หลวงพ่อซึ่งเป็นพ่อของเราเอง ได้พาไปพำนักที่วัดบ้านม่วง ตำบลโดด อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อฝึกท่องบทสวดมนต์ และเรียนรู้วัตรปฏิบัติของการดำรงเพศเป็นสามเณร

เมื่อครบ ๖ เดือนแล้ว หลวงพ่อได้นำมาฝากเข้าเรียนที่สำนักเรียนวัดชัยศรีสะอาด บ้านดอนแรด โดยมีเจ้าอธิการบุญนาค ธัมทินโน เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าสำนักเรียน

ในช่วงที่เรียนหนังสืออยู่ที่วัดชัยศรีสะอาด หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ จะเคร่งครัดมาก นอนเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม หลังจากทำวัตรเย็นเสร็จจะต้องไล่ลงจากกุฎี ให้ลงไปที่บริเวณวัด เพื่อท่องบทสวดมนต์ ดังนั้น ทุกเย็นจะเห็นพระภิกษู สามเณร นั่งตามโคนต้นไม้ พร้อมด้วยเทียน หรือตะเกียงสมัยเก่า ท่องบทสวดมนต์กันเสียงระงม เปรียบดั่งเสียงกบ เวลาฝนจะตกนั่นแหละ

หลังจากนั่งสวดมนต์ เหนื่อยแล้ว ก็จะนัดไปนั่งคุยกัน หากหลวงพ่อลงมาพบ ก็จะถูกลงโทษตามสภาพของความผิด มีเพื่อนโดนบ่อย ๆ ชอบโดดหนีไปนั่งคุยกัน ขี้เกียจท่องยทสวดมนต์ ตามประสาเด็กๆ

มีเรื่องหนึ่งที่พวกเราสามเณรชอบไปทำกิจกรรมกันคือ...การนั่งปลุกพระ... จะมีรุ่นพี่สอนให้เรียนรู้ในการปลุกพระ โดยนำวัตถุมงคลมากำไว้ในมือ แล้วนั่งหลับตา บริกรรมคาถาที่รุ่นพี่ให้มา หากวัตถุมงคลใดมีพระพุทธคุณ ออกจะออกอาการมือและตัวสั่น ตามระดับความรุนแรงของพุทธคุณที่เกิดจากวัตถุมงคลดังกล่าว

การปลุกพระ ไม่ใช่ว่าจะเกิดได้กับทุก ๆ คน ขึ้นอยู่กับระดับสมาธิที่ฝึกมา บางคนนั่งบริกรรมคาถาเป็นเวลานานมาก แต่ก็ไม่ปรากฎผลสำเร็จ และไม่มีอาการให้เห็น

หากบุคคลใดมีจิตเข้าสมาธิได้ไว ก็จะเห็นผลได้ไว และขณะเดียวกัน ก็อยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย หากมีเสียงรบกวนก็จะผลต่อการปลุกพระเช่นเดียวกัน

พวกเราจึงนิยม ชอบมานั่งปลุกพระกันในช่วงดึก ๆ ก่อนจะขึ้นไปจำวัด เพราะช่วงนั่นจะเงียบสงบ ทำให้การนั่งบริกรรมจิตเข้าสมาธิได้ไว

การนั่งปลุกพระ จะต้องมีเพื่อนมานั่งอยู่ด้วย เพื่อป้องกันเกิดอันตราย เพราะสภาพจิตของแต่ละคนจะมีไม่เหมือนกัน หากจิตใจไม่เข็มแข็ง อาจจะมีวิญญาณเข้าแทรกได้

เมื่อมีอาการตัวสั่นแล้ว หากต้องการให้อาการสงบ เพื่อนที่อยู่ด้วยจะต้องเข้าจับตัวไว้และปลุกให้้ออกจากสมาธิ เมื่อจิตละจากสมาธืแล้ว อาการดังกล่าวก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม

การปลุกพระ จึงวิธีการอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการตรวจพิสูจน์ที่มีความแน่นอนว่าวัตถุมงคลดังกล่าว เป็นพระที่แท้จริง มิใช่องค์ปลอม หากเป็นวัตถุมงคลที่ทำปลอมมาก็จะไม่มีพุทธคุณปรากฎในองค์พระดังกล่าว

บางท่านอาจจะบอกว่า...ทำปลอมมาแล้วนำไปให้พระเกจิท่านอื่น อธิษฐานจิตใหม่ก็เป็นได้...
ความเห็นนี้ ก็จะเป็นไปได้สูงเช่นกัน เพราะบางท่านอาจจะทำปลอมมา แล้วนำเอาวัตถุมงคลดังกล่าวไปร่วมในพิธีใดพิธีหนึ่งก็ได้ หรือบาทีอาจจะจนำไปให้พระเกจิท่านใดท่านหนึ่งอธิษฐานจิตก็ได้เช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะนำไปให้เกิจิอื่น ๆ อธิษฐานจิต หรือนำเข้าไปในพิธีปลุกเสกอื่น ก็ถือว่าวัตถุมงคลดังกล่าวมีพุทธคุณอยู่แล้ว จึงทำให้เรามีความเชื่อและศรัทธาในวัตถุมงคลดังกล่าว

ความเชื่อและศรัทธาดังกล่าวคือ...ความศักดิื์สิทธิ์ของวัตถุมงคลครับ!!!



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น