วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562

ความสุขอยู่ที่ไหน

,มีเพื่อนส่งไลน์ข้อความมาให้ อ่านแล้วรู้สึกดีมาก ๆ

คุณอนุรุธ ประธานมูลนิธิว่องวานิช ได้กรุณาส่งบทความคติธรรมดีๆ มาฝากสมาชิกและคนคุ้นเคย

ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด
ความสุข เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ความสุข ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางที่ไปถึง



คุณบอกกับตัวเองว่า เมื่อได้แต่งงาน และมีลูก ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น
แต่เมื่อคุณมีลูก และลูกของคุณยังเล็กอยู่ คุณก็เกิดความรู้สึกว่า เมื่อเขาโตขึ้น เราคงมีความสุขและสบายขึ้น

แต่เมื่อลูกโตมากขึ้น จนย่างเข้าสู่วัยรุ่น
คุณกลับรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอีกครั้ง
และเมื่อลูก ๆ ผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปได้
คุณคิดว่า คุณจะมีความสุขมากขึ้น
แต่คุณกลับบอกกับตัวเองอีกว่า จะรอให้ลูก ๆ
จัดการกับตัวของเค้าเอง ให้เรียบร้อยดีเสียก่อน ก็น่าจะดีขึ้น

บางครั้ง คุณคิดว่า ถ้าคุณมีบ้าน มีรถ มีวันหยุดพักร้อนนาน ๆ และเมื่อถึงวันเกษียณอายุการทำงาน ชีวิตของคุณ น่าจะมีความสุขมากที่สุด
แต่เมื่อเกษียนแล้วก็จริง แต่ทำไมถึงยังไม่มีความสุขสักที

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกัน ? หนอ
แท้จริงแล้ว ความสุขของชีวิต อยู่ ณ ช่วงเวลาขณะนี้ ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ต่างหาก ไม่ต้องรอ ให้ความสุขมาหาเราในอนาคต
เราควรมีความสุข และพึงพอใจกับความสุขอยู่ในปัจจุบัน

ชีวิต ของมนุษย์ทุกคน ต้องมีสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอุปสรรคต่าง ๆ หรือบททดสอบชีวิต อันยากเข็ญ แต่ในที่สุด เราก็จะต้องก้าวผ่านไป อุปสรรคกับชีวิต เป็นของคู่กัน
ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องหาความสุข และความพึงพอใจ จากการเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนี้ ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่า ที่จะรอให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน แล้วถึงจะมีความสุขได้

เริ่มหยุดพูดกับตัวเองเสียทีว่า
ถ้าฉันลดน้ำหนักได้สัก 5 กิโล ฉันถึงจะมีความสุข
ถ้าฉันได้แต่งงาน ฉันถึงจะมีความสุข
ถ้าผมได้ซื้อบ้าน ผมถึงจะมีความสุข
ถ้าผมได้เกิดเป็นลูกคนรวย ผมถึงจะมีความสุข
ถ้าคุณหยุดพูดถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ชีวิตของคุณก็จะมีความสุข
และคุณจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต

ตอบคำถาม ต่อไปนี้

1. บอกชื่อคน 3 คน ที่รวยที่สุดในโลก

2. บอกชื่อนางงามจักรวาล 3 คนล่าสุด

3. บอกชื่อ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล 3 คนล่าสุด

4. บอกชื่อนักแสดงนำชาย 3 คนล่าสุด ที่ได้รับรางวัลออสการ์

นึกไม่ออกใช่ไหม? ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
ไม่มีใครหรอก ที่จะจดจำคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด
คนที่ได้รับการยกย่อง สรรเสริญ ก็ล้วนล้มหายตายจาก ไปตามกาลเวลา
รางวัลต่าง ๆ เมื่อวางไว้นาน ก็จะถูกฝุ่นจับ แม้แต่ผู้ชนะ ก็จะถูกลืมในไม่ช้า

ตอบคำถาม ต่อไปนี้

1. บอกชื่ออาจารย์ 3 ท่าน ที่เคยช่วยเหลือคุณ ในเรื่องการเรียน

2. บอกชื่อเพื่อน 3 คนที่ช่วยเหลือคุณ ในยามที่คุณต้องการ

4. บอกชื่อคน 3 คนที่คุณอยากใช้เวลาดี ๆ ด้วย

นึกออกง่ายกว่าใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะว่า
คนที่มีความหมายต่อชีวิตคุณ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องเป็นคนเก่ง ที่สุด หรือ สวย หล่อที่สุด
ไม่ได้มีเงินมากที่สุด ไม่ต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะยังมีคนใกล้ตัวคุณ อีกหลายคน ที่ห่วงใยคุณ คอยให้การดูแลคุณ
และเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ คอยปลอบโยนคุณ คอยให้กำลังใจคุณ

... ไม่มีช่วงเวลาไหน ที่จะมีความสุข 
มากกว่าช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้.. 
..จงใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน..

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเอง ที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพ มีอย่างนี้

๑. อย่าเปรียบเทียบ ชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้น เขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง

๒. อย่าคิดทางลบ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุม หรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลัง และพลังงานใ ห้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย

๓. อย่าทำอะไร ๆ เกินกว่าที่ตัวเองจะทำได้ ...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน

๔. อย่าเอาจริงเอาจัง กับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขา ไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก

๕. อย่าเสียเวลา และ พลังงานอันมีค่าของคุณ กับเรื่องหยุมหยิม หรือเรื่องซุบซิบ...นินทา... นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง

๖. จงฝันตอนตื่น มากกว่าตอนหลับ

๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยา เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆ...เมื่อคิดให้ดีก็จะรู้ว่า คุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว

๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณ เกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ

๙. ชีวิตนี้ สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร ๆ ..จงอย่าเกลียดคนอื่น

๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายความสุขในปัจจุบันของคุณ

๑๑. ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้ นอกจากคุณเอง

๑๒. จงเข้าใจเสียว่า ชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อ เรียนรู้ และ ปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของหลักสูตรซึ่งเมื่อมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต

๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น

๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้ง ที่ถกเถียงกับคนอื่น หรอก... บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร

แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ ?

๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ

๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน

๓. จงให้อภัยทุกคน สำหรับทุกอย่าง

๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ

๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน

๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณ ไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย

๗. งานของคุณ ไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัว และ เพื่อนคุณ ต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณ ในยามคุณมีปัญหา สุขภาพ

ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหิน กับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด และ ถ้าหากสามารถดำรงชีวิต ให้มีความหมายได้ , ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้

๑. จงทำ และทำในสิ่งที่ควรทำให้มีความสุข

๒. อะไรที่ ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่งาม, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?

๓. เวลา ย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้

๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดี หรือเลวปานใด,เดี๋ยวมันก็จะเปลี่ยน

๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึก อย่างไร ในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัว และปรากฎตัวต่อหน้า คนที่เราร่วมงาน ด้วย...ความรู้สึกที่ดี

get up, dress up and show up.

๖. คิดเสมอว่าสิ่งที่ดี ที่สุดยังมาไม่ถึง รอต่อไป

๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย ที่ทำให้คุณ อยู่มาได้ถึงในวันรุ่งขึ้น

๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ...ดังนั้นส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า

และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด


" ส่งบทความที่ต่อไปให้คน ที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วยนะคะ.." (love)ด้วยรักและห่วงใยเสม

ขอขอบคุณบทความดี ๆ ครับ อ่านแล้ว ทำให้จิตใจของเรามีพลังมากขึ้น !!!!

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562

บุญผะเหวดปี 62 : (๑) เตรียมงาน

เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๒ ตื่นแต่เช้า ออกกำลังกาย ทานข้าวเช้า และมีกำหนดเดินทางไปช่วยงานเพื่อจัดสถานที่จัดงานบุญผะเหวดเทศมหาชาติของชมรมชาวอีสานล้านช้างประจำปี พ.ศ.๒๕๖๒ ในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ คณะ ๑๔ วัดชนะสงคราม บาลำภู กรุงเทพมหานคร



นั่งรถสาย ๘๗ และมาลงข้างบิ๊คชีวงค์สว่าง และต่อสาย ๓๓ ไปลงที่ป้ายเลยวัดเอี่ยมวรนุช ไปหนึ่งป้าย เพื่อจะไปซื้ออาหารเจที่ข้างริมคลองฝั่งตรงข้ามกับวัดบวรนิเวศวิหาร แวะซื้อขนมและถั่วลิสงร้านติดกับป้ายรถเมล์ มีรสชาติอร่อย ราคาย่อมเยาว์

เดินทางไปตามถนนและเลี้ยวขวาไปตามซอยศาลเจ้าและเดินตามริมคลอง จะมีร้านอาหารเจ ตั้งอยู่ติดกับตลาดริมคลอง แถวนั่นจะเป็นที่พักของชาวต่างชาติ ปัจจุบันจะเห็นว่าคนไทย ได้ดัดแปลงโรงแรม หรือบ้านพัก เป็นเกตเฮาส์ เพื่อเป็นที่พักให้กับชาวต่างขาติได้เช่า ไม่น่าเชื่อว่าตรงร้านเจ จะมีชาวต่างชาติมาทานเจกันมากเช่นกัน

ริมคลองสภาพน้ำขุ่น ไม่ใสสะอาด มีกลิ่นเหม็น จะมีเรือนำเที่ยววิ่งไป-มา จากต้นน้ำเจ้าพระยาวิ่งไปตามลำคลอง เรือมีขนาดใหญ่บรรจุนได้ประมาณ ๒๐ - ๓๐ คน หากมีการพัฒนาให้มีความสะอาด น้ำใส ข้างคลองประดับด้วยต้นไม้ ก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

ซื้ออาหารเจ ๒ อย่าง ได้แก่ แกงเลียง และไข้พะโล้ ภรรยาถมว่าจะเดินทางกลับมาทางเดิม หรือจะเดินลัดข้ามคลองไปทางวัดบวรนิเวศ บอกว่า หากเดินทางย้อนกลับไปจะไกลกว่า และมีความเสี่ยงสูง ควรจะลัดข้ามคลองไป จะทำให้ลดระยะทางได้มากกว่า และมีความเสี่ยงในการเดินทางน้อยกว่า

ในการจะทำสิ่งใดในชีวิตประจำวัน การบริหารความเสี่ยง เราก็จะต้องนำมาใช้ประกอบในการตัดสินใจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยงด้านเวลา ระยะทาง การเกิดอุบัติเหตุ ด้านการเงิน ด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพของตนเอง

คนเราส่วนมาก หากจะพูดกันถึงความเสี่ยง จะมองในเรื่องอุบัติเหตุมากกว่า แต่ในการบริหารความเสี่ยงนั่น จะนำมาใช้ในการบริหารความเสี่ยงในเรื่องกระบวนการทำงาน การบริหารการเงิน การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนการบริหารการจัดการอีกด้วย

การดำเนินชีวิตประจำวัน ชีวิตของคนเราจะมีความเสี่ยงมากมาย ตื่นเช้าขึ้นมาจะลุกจากที่นอนก็ต้องบริหารความเสี่ยงเช่นกัน ไม่ควรจะรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจะทำให้ตกเตียงนอนได้ หรือบางคนลุกเร็วเกินจะทำให้เส้นสายผลิก ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้

ตื่นข้ึนมาแล้วจะเดินไปถ่ายหนัก เบา ที่ห้องน้ำก็จะต้องบริหารความเสี่ยง หากขาดความระมัดระวัง อาจจะลื่นและหกล้มมในห้องน้ำได้ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ บางคนอาจถึงขั้นเป็นอัมพาตได้ โดยเฉพาะในรายที่เป็นผุ้สูงอายุ ซึ่งเราจะได้รับทราบจากข่าวทางสื่อสารบ่อย ๆ แม้แต่คนที่อยู่ใกล้เคียงกับเรามีให้เห็นอยู่บ้างเช่นกัน

การบริหารความเสี่ยง จึงควรนำมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน การปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการชีวิตของเราเช่นกันครับ !!!








                                                 รูปภาพการเตรียมจัดงานบุญผะเหวตปี 2562

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562

ประชุมกพร.อส.

เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ท่านสุจิต อ่ำพันธุ์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม ๙๐๑ ชั้น ๙ สำนักงานอัยการสูงสุด



ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการ ผู้แทนหน่วยงานภายนอก คณะทำงานกำหนดตัวชี้วัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ ๔๐ ท่าน

ที่ประชุมได้รับทราบผลการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปี ๒๕๖๑ โดยในภาพรวมได้คะแนน ๓.๒๔๙๘  มีตัวชี้วัดที่ผ่านเกณฑ์ดีกว่าเป้าหมายมาก จำนวน ๑๗ ตัวชี้วัด ดีกว่าเป้าหมาย จำนวน ๒ ตัวชี้วัด เป็นไปตามเป้าหมาย ๓ ตัวชี้วัด พอใช้จำนวน ๓ ตัวชี้วัด และต้องปรับปรุงจำนวน ๑๔ ตัวชี้วัด

นอกจากนี้ที่ประชุม ยังให้ความเห็นชอบกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒  มีจำนวน ๓๓ ตัวชี้วัด โดยแยกมิติการประเมินจำนวน ๔ มิติ ได้แก่

    - มิติที่ ๑ ด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ (ร้อยละ ๓๐)  จำนวน ๖ ตัวชี้วัด
    - มิติที่ ๒ ด้านคุณภาพการให้บริการ (ร้อยละ ๒๐ )  จำนวน ๒ ตัวชี้วัด
   - มิติที่ ๓ ด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ (ร้อยละ ๔๐)  จำนวน ๑๙ ตัวชี้วัด
   - มิติที่ ๔ ด้านพัฒนาองค์การ (ร้อยละ ๑๐)  จำนวน ๔  ตัวชี้วัด





 และที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบปฏิทินการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.๒๕๖๒ อีกด้วย

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการของ อส. ให้ความเห็นชอบกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ แล้ว สพร.จะได้ดำเนินการแจ้งให้หน่วยงานภายในสังกัดได้รับทราบ จะมีการนิเทศตัวชี้วัดให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านช่องทางต่าง ๆ ต่อไป




                                                       ประชุมคณะกรรมการ กพร.อส.