วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

สุข อยู่กับ ทุกข์

การดำรงชีวิตในปัจจุบัน จะมีปัญหามากมายเข้ามากระทบกับการดำรงชีวิต ทำให้จิตเกิดความหวั่นไหว หากเป็นอารมณ์ที่เาชอบ ก็จะก่อให้เกิดความสุขกับชีวิตเรา แต่ถ้าสิ่งที่มากระทบเป็นเรื่องที่เราไม่ชอบ ก็จะกลับกลายเป็นว่า ชีวิตเกิดความทุกข์ขึ้นมา

การทีชีวิตเราจมอยู่กับอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความทุกข์ ส่งผลให้จิตใจเกิดความเศร้าหมอง มีอาการเครียด ปวดหัว มึนงง ทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร ทานอาหารไป หากมีอาการเครียดอยู่ กลับมีอาการท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย สุดท้ายอาจจะกลายเป็นโรคกระเพาะไปอีก

ความเครียด หากเราพิจาณาดูดี ๆ แล้ว ก็จะเกิดจากอารมณ์ที่เราไม่ต้องการนั่นเอง ทำให้เกิดอาการวิตกกังวลต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อสะสมเข้ามาก ๆ ก็จะกลายเป็นความเกลียด ความโมโห ติดตามด้วยความอาฆาตมาดร้าย เคียดแค้นชิงชังต่อมา เพราะเครียดก็จะมีการพัฒนาตนเองเช่นกัน

คนที่ปล่อยให้ความเครียดมาเยี่ยมเยือนอยู่บ่อย ๆ ย่อมมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันในที่สุด เสียเวลา เสียงาน เสียสุขภาพจิต ไปเพราะความเครียดดังกล่าว

การดำรงชีวิตก็เช่นกัน ต้องมีเทคนิคหรือศิลปในการดำรงชีวิตเช่นกัน ในแต่ละวันต้องพบกับปัญหามากระทบมากมาย หากเราปล่อยให้จิตใจเกิดความหวั่นไหว หรือกระเพือมไปกับสิงที่มากระทบต่าง ๆ ย่อมทำให้จิตใจได้รับความบอบซ้ำ เกิดแผล มากมาย การสั่งสมพลังใจจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เาจะต้องหันมาพิจารณาหาทางช่วยเหลือจิตใจของเราเองว่า...จะทำอย่างไร ไม่ให้จิตใจของเรามีความั่นคง ไม่หวั่นไหว ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่มากระทบ..

ช่วงเช้าในขณะที่เดินทางมาทำงาน ความคิดแว้บขึ้นมาว่า...ทำไมเราไม่ทำตัวให้มีความสุขอยู่กับความทุกข์เสียเลย...จะสุชหรือทุกข์ ก็ไม่ต่างกัน เพราะเราจะมีความสุขกับทุกข์ได้ตลอด..

ปัญหามีว่า..เราจะทำอย่างไร เราจึงจะสามารถ..มีความสุขอยู่กับความทุกข์ได้...

การฝึกหัดบ่อย ๆ จนจิตใจเกิดความเคยชินเท่านั่น จะทำให้เรา..มีความสุขอยู่กับความทุกข์ได้..โดยฝึกมองทุกสิ่งทุกอย่างล้วนก่อให้เกิดความสุขกับเราได้ ไม่ทุกข์นันจะเล็ก หรือ ใหญ่ ล้วนแต่จะให้คุณประโยชน์แก่กับเรา

การที่มีคนมาด่า นินทา เรา ก็จะสท้องให้เราเห็นข้อบกพร่องของเรา การที่คนมาสรรเสริญเยินยอเรา ก็จะทำให้เรามาพิจารณาว่า เราเป็นดั่งที่เขาสรรเสริญหรือไม่

การรักษใจของเรา ให้มีความสงบ จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคน จะสุข หรือทุกข์ อยู่ที่การเข้าไปยอมรับของจิตใจเราเอง ที่เราทุกข์ เพราะใจเรายอมรับว่าเป็นทุกข์เอง หากเราไม่อมรับเสียอย่าง เราจะทุกข์หรือไม่
ความสุข กับ ความทุกข์ จึงอยูที่เราจะยอมรับหรือไม่!!!!

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

อัศจรรย์ชีวิต : (๒๐) ไปอินเดีย

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปแสวงบุญและบวชที่ประเทศอินเดีย เป็นเวลา ๑๕ วัน ตามโครงการของสำนักงานฯร่วมกับ สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ

ในช่วงที่เดินทางไปทัศนศึกษาดูงานตามสังเวชนียสถานต่าง ๆ ได้มีการแนะนำตัวและสาเหตุที่ต้องเดินทางมาร่วมโครงการดังกล่าวของแต่ละท่าน






มีผู้บริหารท่านหนึ่งได้พูดความในใจว่า..

เมื่อประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว ได้มีหมอดูทำนายท่านไว้ว่า จะมีโอกาสเดินทางไปบวชที่ประเทศ อินเดีย และจะบวชเมื่ออายุ ๖๐ ปี เพราะชาติที่แล้วเคยเกิดที่ประเทศอินเดียมาก่อน

ท่านบอกว่า คำนายดังกล่าว ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะมองดลู่ทางแล้ว โอกาสที่จะได้เดินทางไปบวชอินเดียนั่น แทบไม่มีเลย และเป็นไปไม่ได้  เพราะท่านไม่รู้จักใครเลย ที่พอจะนำท่านไปบวชที่อินเดียได้ และท่านก็ไม่เชื่อตลอดมา

จนล่วงเลยมานานกว่า ๓๐ ปี จนถึงวันนี้ คำทำนายดังกล่าว กลายเป็นความจริง เพราะปีนี้ท่านก็มีอายุย่างเข้า ๖๐ ปีพอดี และได้เดินทางมาบวชที่ประเทศอินเดีย ดั่งที่หมอดูทำนายไว้




เรื่องนี้ แม้จะเป็นการทำนายของหมอดูก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่การทำนายดังกล่าว ได้บอกล่วงหน้ามากว่า ๓๐ ปี จึงกลายเป็นความจริงดังคำนายดังกล่าว

ส่วนผู้เขียนเอง เคยตั้งใจไว้ว่า..หากมีโอกาส ขอให้ได้เดินทางไปบวชที่อินเดียสักครั้งในชีวิต.. แต่ตั้งความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ไว้เช่นนั่นเอง ไม่คาดคิดว่าจะได้ไปดังที่ฝันไว้







แต่ความฝันดังกล่าว ก็กลายเป็นความจริง อาจจะเป็นเพราะชาติที่แล้ว เคยเกิดที่ประเทศอินเดียมาก่อน มาชาตินี้ จึงมีบุญสัมพันธ์ และได้มีโอกาสมาบวชที่ประเทศอินเดียวในครั้งนี้





ถือว่าเป็นเรื่องอิัศจรรย์ของชีวิตเรื่องหนึ่ง ที่ควรบันทึกไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้รับทราบไว้