กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 27 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 4 ราย, กลุ่มสถานบันเทิง 5 ราย,กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 14 ราย และกลุ่มที่ร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 4 ราย
กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 13 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศ/ชาวต่างชาติ 6 ราย,กลุ่มผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 5 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย
เพื่อเป็นการป้องกันและขจัดปัดเป่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว จึงเชิญชวนให้สวดพระปริตรโดยเฉพาะบทรัตนสูตร ซึ่งมีอานุภาพตามที่ท่านพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้กล่าวว่า
“การสาธยายพุทธมนต์ ใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรพระสงฆ์ เช้า- เย็น หรือชาวพุทธทุกคน สวดพุทธคุณระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้ หมื่นจักรวาล พูดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้ แสนจักรวาลเพื่อเป็นการป้องกันและขจัดปัดเป่าการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว จึงเชิญชวนให้สวดพระปริตรโดยเฉพาะบทรัตนสูตร ซึ่งมีอานุภาพตามที่ท่านพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้กล่าวว่า
สวดมนต์เช้า-เย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้ แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้ อนันตจักรวาล แม้สัตว์ที่อาศัย อยู่ในภพที่สุด อเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อเวลาแว่วเสียงพุทธมนต์ ผ่านเข้าถึงชั่วขณะหนึ่งครู่หนึ่ง (ชั่วช้างพับหู งูแลบลิ้น) ดีกว่าหาสุขไม่ได้ ตลอดกาลเนืองนี้ นี่คืออานิสงส์ของพุทธมนต์”
พุทธานุภาพ แห่งพระพุทธมนต์
คำว่า “ พระพุทธมนต์ ” หมายถึง พระพุทธพจน์ อันเป็นพระธรรมคำสั่งสอน ของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ที่มีปรากฏ ในพระไตรปิฎกบ้าง เป็นคำที่แต่งขึ้นมา ภายหลังบ้าง โดยถือกันว่า พระพุทธมนต์ เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดป้อง อันตรายต่างๆ ได้ จึงเรียกอีกอย่างว่า “ พระปริตร ” คำว่า “ ปริตร ” มีความหมายว่า คุ้มครองรักษา หรือเครื่องคุ้มครองป้องกัน ซึ่งบทพระพุทธมนต์ ที่นิยมว่าศักดิ์สิทธิ์ เท่าที่ปรากฏรวบรวมไว้มี ๗ บท จึงเรียกว่าเจ็ดตำนาน
เจ็ดตำนานหรือพระปริตร ซึ่งหมายถึง มนต์อันเป็นเครื่องป้องกัน ภยันตรายต่าง ๆ มีอยู่ด้วยกัน ๗ พระสูตรคือ
๑. มงคลสูตร ว่าด้วยเหตุที่จะทำให้เกิดสิริมงคล หรือมงคล ๓๘ ประการ ที่สวดว่า “อะเสวะนา จะ พาลานังฯ”
๒. รัตนสูตร ว่าด้วยรัตนทั้ง ๓ คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ สวดเพื่อขจัดภัยพิบัติ ทั้ง ๓ ประการ อันเกิดจากโรคภัย,อนุสสภัย,และเศรษฐกิจเสียหายให้หมดไป ที่สวดว่า “ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา ฯ”
ในพระสุตตันตปิฎก หมวดขุทกนิกายขุททกปาฐะ บันทึกรัตนสูตรว่า ครั้งหนึ่ง เมืองไพสาลีเกิดทุพภิกภัย ฝนแล้งข้าวยากหมากแพง ผู้คนล้มตาย เพราะความอดอยาก ประชาชน ก็ไปร้อง ต่อพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ก็ทรงอนุญาต ให้ประชาชนตรวจสอบพระองค์ว่า ผิดธรรมข้อใดหรือเปล่า จึงเกิดเหตุเช่นนี้ ก็ปรากฏว่า ไม่ผิดธรรมข้อใด จึงพากันไป อาราธนาพระพุทธเจ้า มาเมืองไพสาลี
เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ก็ปรากฏว่ามีฝนตกมาห่าใหญ่ ครั้นนั้น พระพุทธองค์ ได้ตรัสเรียกพระอานนท์ ให้มาเรียน รัตนสูตร อันมีเนื้อความ สรรเสริญแก้ววิเศษ ๓ ประการ ที่ไม่มีแก้วอื่นใดเสมอเหมือน คือ พุทธรัตนะ ธัมมรัตนะ และสังฆรัตนะ และทำให้ผู้สวด ผู้ฟัง ผู้บูชา และผู้ระลึกถึง ประสบแต่ความสวัสดี ซึ่งเมื่อพระอานนท์ เรียนจากพระพุทธองค์ ก็นำบาตรน้ำมนต์ ของพระพุทธเจ้า ไปประพรมทั่วนครไพสาลี เมื่อน้ำพระพุทธมนต์ ไปถูกพวกปีศาจ ๆ ก็หนีไป ไปถูกมนุษย์ที่เจ็บป่วย โรคเหล่านั้นก็หายสิ้น แต่นั้นมาชาวเมือง ก็มีความสงบสุขตลอดมา
ในประเทศไทยของเรา สมัยรัชกาลที่ ๒ ก็ได้ใช้บทสวดนี้ เพื่อทำพิธี “อาพาธพินาศ” ในบทขัดตำนาน ยังถือว่า รัตนสูตร สามารถป้องกันภัย อันเกิดจาก ผู้ปกครองที่ไม่เที่ยงธรรม,ภัยจากโจรผู้ร้าย,ภัยธรรมชาติ,ภัยจากคนชั่วคนพาล
ท่านพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ก็เคยรับนินมนต์ ไปสวดรัตนสูตร ขณะที่ท่านพำนัก จำพรรษา อยู่วัดป่าบ้านหนองผือ สกลนคร ช่วงปีพ.ศ. ๒๔๘๘ – ๒๔๙๒ ขณะนั้น ได้เกิดโรคระบาดขึ้น มีคนตายไม่เว้นแต่ละวัน หลวงปู่มั่นได้พาพระสงฆ์ไปสวดรัตนสูตร จนทำให้เหตุการณ์เป็นปกติ ชาวบ้านหายจาการเจ็บป่วยล้มตาย
เมื่อสวดรัตนสูตรจบแล้ว ท่านได้เทศน์สั่งสอนว่า “ เป็นเพราะไม่มีที่พึ่งทางใจ หรือไม่รู้ที่พึ่งอันเกษมอันอุดม จึงกลัวการตาย แต่ไม่กลัวการเกิด เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงคว้าโน้นคว้านี้เป็นที่พึ่ง บางคนกลัวตายแล้ว ไปไขว่คว้าเอาสิ่งอื่น มาเป็นที่พึ่งที่เคารพนับถือ ด้วยความงมงาย มีการอ้อนวอน วิงวอนขอ โดยวิธีบนบานศาลกล่าว จากเถื่อนถ้ำและภูผา ต้นไม้ใหญ่ ศาลพระภูมิเจ้าที่ เจ้าทางต่าง ๆ ที่ตนเองเข้าใจว่า เป็นที่สถิตอยู่ ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อันอาจดลบันดาลให้ชีวิตตน พ้นจากอันตราย และความทุกข์ได้ จึงหลงพากันเซ่นสรวง ด้วยเครื่องสังเวยต่าง ๆ ที่เข้าใจว่า เจ้าของสถานที่เหล่านั้น จะพอใจ หรือชอบใจ นอกจากนั้น ยังมีการทรงเจ้าเข้าผี สะเดาะเคราะห์สะเดาะนาม สืบชะตาราศี ตัดกรรมตัดเวร ด้วยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้
ที่พึ่งอันอุดมมั่นคงนั้น คือให้ภาวนา น้อมรำลึกนึกเอา พระคุณอันวิเศษของพระพุทธเจ้า พร้อมพระธรรมและพระอริยสงฆ์ มาเป็นที่ยึดเหนี่ยว ทางด้านจิตใจ จึงจะเป็นการถูกต้อง สมกับที่พวกเรา เป็นผู้รับนับถือ เอาพระรัตนตรัย มาเป็นที่พึ่ง ประจำกายใจของตน และอีกอย่าง ให้ประพฤติปฏิบัติ ตามหลักของอุบาสก อุบาสิกา มีการให้ทาน รักษาศีล และเจริญเมตตาภาวนา....”
๓. กรณียเมตตสูตร ว่าด้วยการเจริญเมตตา ไปไหนมาไหนให้คน เทวดารักใคร่เมตตา ๔. ขันธปริตร ว่าด้วยพระพุทธมนต์ สำหรับป้องกันสัตว์ร้าย พวกอสรพิษ ๕. ธชัคคสูตร ว่าด้วยการเคารพธง และการรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ทำให้หายหวาดกลัว ๖. อาฏานาฏิยปริตร ว่าด้วยพระพุทธมนต์ ที่สามารถ ป้องกันอุปัทวันตรายทั้งปวง ๗. อังคุลิมาลปริตร ว่าด้วยมนต์ ขององคุลีมาล ใช้ในงานมงคล หรือทำให้คลอดลูกง่าย
ท่านพระอาจารย์หลวงปู่มั่น เคยกล่าวว่า “การสาธยายพุทธมนต์ ใครสวดก็ตาม จะเป็นกิจวัตรพระสงฆ์ เช้า- เย็น หรือชาวพุทธทุกคน สวดพุทธคุณระลึกในใจ มีอานุภาพแผ่ไปได้ หมื่นจักรวาล พูดออกเสียงพอฟังได้ มีอานุภาพแผ่ไปได้ แสนจักรวาล สวดมนต์เช้า-เย็นธรรมดา มีอานุภาพแผ่ไปได้ แสนโกฏิจักรวาล สวดเต็มเสียงสุดกู่ มีอานุภาพแผ่ไปได้ อนันตจักรวาล แม้สัตว์ที่อาศัย อยู่ในภาพที่สุด อเวจีมหานรก ยังได้รับความสุข เมื่อเวลาแว่วเสียงพุทธมนต์ ผ่านเข้าถึงชั่วขณะหนึ่งครู่หนึ่ง (ชั่วช้างพับหู งูแลบลิ้น) ดีกว่าหาสุขไม่ได้ ตลอดกาลเนืองนี้ นี่คืออานิสงส์ของพุทธมนต์”
ห้วงเวลานี้ ที่ไวรัสโควิด 19 กำลังระบาด ต้องใช้ชีวิต อย่างมีสติตลอดเวลา ด้วยการทำสมาธิสม่ำเสมอ เพื่อเป็นภูมิป้องกันทางใจ ส่วนภูมิคุ้มกันทางกาย หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือ กับบุคคลอื่น ก่อนหยิบอะไรทาน ให้ล้างมือด้วยสบู่ หากไม่มีน้ำ ให้ใช้เจล แอลกอล์ฮอล้างมือ ไม่ใช้มือจับใบหน้า ขยี่ตา หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้คนเป็นหวัด เป็นการดูแลตัวเองเบื้องต้น ช่วยกันระวังป้องกัน ดีที่สุด สาธุครับ.
ธัมม์นิยม...
๑๖ มีนาคม ๖๓
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น