วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส


วันนี้ได้อ่านโอวาทของพระอาจารย์มหาใจ เขมจิตโต(ปธ.๙) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามฯให้กับพระภิกษุและสามเณรที่เข้าร่วมบาลีสนามหลวงในปี ๒๕๖๓ เห็นว่า มีเนื้อหา และคติเตือนใจสำหรับผู้ที่หวังความเจริญ จึงขอนำโอวาทดังกล่าวมาบันทึกไว้ เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นได้อ่านแลพิจารณาต่อไป



ธรรมดา......พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
พวกเธอ.......อย่าพลิกโอกาสเป็นวิกฤต
.................................
.....บัดนี้จะถึงวันกำหนดสอบคือ วันที่ ๑๘,๑๙,๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นี้จะเป็นวันสอบบาลีสนามหลวง ครั้งที่ ๑ ครั้งหลัง ของชั้นประโยค ๑-๒ ถึงชั้นประโยค ป.ธ.๕
.....จำนวนนักเรียนนักเรียนในคณะ ๑๔  ที่ส่งสอบประกอบด้วย
.........ประโยค ป.ธ. ๕  จำนวน  ๔ รูป
.........ประโยค ป.ธ.๓  จำนวน ๓ รูป
.........ประโยค ๑-๒  จำนวน ๒ รูป
.........ที่สอบแล้วคือประโยค ป.ธ.๖ จำนวน ๒ รูป  (สอบแล้ว)
.........รวมส่งสอบทั้งสิ้น ๑๑ รูป
.........ชั้นไวยากรณ์  จำนวน ๖ รูป (ไม่ได้ส่งสอบ)
  ...........................................................................


.....ลูกพระ ลูกเณร ถือว่าโชคดี มีโอกาสดีได้เข้ามาเรียนในวัดที่วัดชนะสงครามแห่งนี้ ตลอดระยะเวลาที่เรียนจนถึงสอบนี้  ต้องมาพิจารณาตนเองว่า เราได้ปฏิบัติตนให้สมกับที่มีโอกาสดีหรือเปล่า  เพราะมิใช่ว่าใครๆ จะมีโอกาสได้เช่นนี้ แต่โอกาสนี้ก็มิได้หมายความว่าเราโชคดีกว่าคนอื่นๆ  เพราะคำว่า “โอกาส” มิได้ไปเปรียบเทียบกับใคร แต่เปรียบเทียบกับตัวเราเอง

.....เหตุใดจึงว่าเรามีโอกาสดี เพราะเราได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สำคัญ  ที่สามารถต่อยอดในระดับอื่นๆได้ตามที่ต้องการ คือ จะเรียนต่อทางโลกระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ หรือมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็ทำได้ ดังที่หลายรูปกำลังศึกษาต่ออยู่นี้  หรือจะต่อเพื่อไปศึกษาต่างประเทศก็ทำได้

.....หรือจะเรียนเพื่อมีโอกาสทำงานถวายพระศาสนาและสังคม ประเทศชาติต่อไปในทิศทางที่เราต้องการก็ได้

 .....และโอกาสนี้  เราจะได้ทำหน้าที่พระสงฆ์สามเณร  ซึ่งเป็นบททดสอบการฝึกตนของเราตลอดเวลา

.....ผู้ที่บวชก่อน ถ้าว่าตามอายุหรือปีที่บวช  เช่นพี่เณร หลวงพี่ ก็สมควรที่จะต้องมีปฏิปทาละเอียดขึ้น สุขุมขึ้น เคร่งครัดขึ้น หรือรู้วิธีปฏิบัติมากขึ้นตามปีที่บวช  แต่ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ เราต้องมีการพิจารณาการฝึกตนเหล่านี้ตลอดให้สมกับโอกาสที่เราได้รับ

.....ไม่ใช่ว่ายิ่งอยู่นาน  การฝึกตนก็ยิ่งด้อยลง เช่นใหม่ๆขยันทำวัตร ไหว้พระ นอนตื่นเช้า ขยันบิณฑบาต   ขยันเรียนหนังสือ  ช่วยกิจการวัดได้ดี  เป็นต้น แต่พออยู่นาน กลับขยันทำวัตรน้อยลง ตื่นสาย เลิกบิณฑบาต ไม่ค่อยทำวัตรสวดมนต์ หรือไม่ค่อยอยากเรียนหนังสือ  ทั้งไม่ช่วยกิจการงานของวัด  อย่างนี้เรียกว่า “เสียโอกาสในการพัฒนาตน”

.....โอกาสที่จะฝึกตนให้ “เก่ง และแกร่ง” ยิ่งไปกว่านี้ ก็นับว่ายาก
.....ลูกพระลูกเณรทุกรูป ต้องตระหนักให้แม่นมั่นว่า
.....ที่วัดชนะฯนี้  เป็นทั้งวัด เป็นทั้งโรงเรียน  คือไม่ใช่แค่ให้ที่อยู่อย่างเดียว ยังให้การศึกษาได้ด้วย ข้อสำคัญมีผู้อุปถัมภ์ด้วย  ในขณะที่บางแห่งอาจเป็นได้แค่ที่พัก แต่ต้องไปเรียนที่อื่น บางแห่งต้องพึ่งตนเองในเรื่องภัตตาหารและอุปกรณ์การศึกษา

.....และเรื่องสำคัญที่สุด ที่นี่มีครู อาจารย์ที่พร้อมจะสอนบาลีให้ตั้งแต่ต้นจนจบในแห่งเดียว

.....บางวัดยังต้องนิมนต์ครูจากที่อื่นมาสอนให้  ต้องถวายนิตยภัตจ้างครูจากที่อื่น

....บางสำนัก  หรือหลายสำนักเรียนโดยเฉพาะที่ไม่ได้เป็นวัดเรียนบาลีโดยตรง  มีปัญหาเรื่องไม่มีครูสอนบาลี หาครูสอนบาลีได้ยาก

....เพราะครูบาลีจริงๆ ที่สอนบาลีเพื่อหวังความเจริญก้าวหน้าทางการศึกษาทั้งของนักเรียนและของวัด  หาได้ยาก  เหตุเพราะครูบาลีจริงๆ มิได้สอนเพราะว่า “มีนิตยภัตมาก” แต่สอนเพราะ “นักเรียนต้องการเรียน” และเพราะ “ตนเองต้องการสอนให้นักเรียนประสบความสำเร็จ” เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จตามด้วย อันจะเป็นผลดีต่อการพระศาสนาในอนาคต

....ถ้าเทียบกับการศึกษาข้างนอก ที่พวกเธอต้องจ้างครู (คือจ่ายค่าเทอมเรียน) แต่ที่นี่ โดยเฉพาะที่คณะนี้  ไม่ต้องจ้างอาจารย์สอน  ทั้งอาจารย์ก็ไม่ได้รับค่าแรงในการสอน ไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือรายปี  มิหนำซ้ำกลับยังต้องจ่ายค่าดูแลลูกพระลูกเณรผู้มาเรียนทุกเดือน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเรียน ตลอดปี

.....สถานที่ๆ  มีพร้อมทุกอย่างแบบนี้ ไม่ใช่แค่วัดชนะฯ แต่เราพูดกันในฐานะที่ประชุมเรา  ความจริงมีหลายวัดหรือเกือบทุกวัดที่สอนบาลีทำแบบนี้ เพียงแต่อาจมีบางวัดที่มีทุนพอสมควรก็อำนวยความสะดวกแก่ครูได้ต่างกัน

.....อย่างนี้แหละที่เรียกว่า “เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง”

 ....โอกาสที่ดีอย่างนี้  เราอย่าทำให้กลายเป็นวิกฤต  คืออย่าทำให้เราเสียประโยชน์ โดยอาศัยกิเลสเรื่องง่ายๆเช่นโทรศัพท์ หรือความขี้เกียจ  หรือความเห็นแก่ตน เป็นต้น

....จงพยายามรักษาโอกาสอันดีนี้ “ด้วยการฝึกตน” คือการทำหน้าที่ รักษาหน้าที่ ทำกิจวัตรของพระภิกษุสามเณรให้ดี ให้สมบูรณ์  อย่าให้ต้องเสียโอกาส  และอย่าให้พลาดโอกาส
....และเมื่อถึงโอกาสสอบแล้ว ก็จงใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่
....ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ก็จะสอดคล้องกับสิ่งที่เราทำตลอดมา

....ขออำนาจแห่งกุศลกรรม การทำหน้าที่ ความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ความเคารพครูบาอาจารย์  และความดีทุกประการ จงมารวบรวมเป็นพลวเหตุ พลวปัจจัย  สนับสนุนให้ทุกรูปที่เข้าสอบ จงมีสติปัญญาและสมาธิ แก้ไขปัญหา ข้อสอบที่ปรากฏ  สามารถทำข้อสอบได้สำเร็จ และสอบผ่านสมความตั้งใจทุกรูป เทอญ ฯ

จ.เขมจิตต์
ให้โอวาทพระภิกษุสามเณรคณะ ๑๔ วัดชนะสงคราม
๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๓

สาธุ ๆ ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น